บทความนี้ได้รับอนุญาตจากคุณป้าคนหนึ่ง เราจะเรียกท่านว่า "ป้าอุบล" ตามนามสมมติ อายุ 64 ปี อาศัยในคอนโดริมทะเลที่ชะอำ
ป้าอุบลให้เราเห็นจดหมายที่ท่านเขียนถึงสามีที่เสียไปเจ็ดปีก่อน ตอนท่านอายุ 57 สามีอายุ 62 ต่อมาในปีที่ท่าน 64 ท่านเริ่มคบกับคุณลุงคนหนึ่งอายุ 68 ที่ย้ายมาชะอำหลังเกษียณ
ก่อนจะเริ่มจริง ๆ ท่านเขียนจดหมายนี้
ถึงคุณ
เจ็ดปีผ่านไปเหมือนเจ็ดสิบ บางวันก็เหมือนเจ็ดวัน คุณจากไปตอนผมกำลังต้มกะเพราเย็นให้เรากินด้วยกันในห้องครัวคอนโดเก่าที่เจริญกรุง ผมกลับจากซื้อพริกขี้หนู พบคุณนอนอยู่บนพื้น คนในรถพยาบาลบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก ไม่ทันทำอะไร
ตั้งแต่วันนั้น ผมไม่กล้าทำกะเพราอีกเลย
ปีแรกผมขอให้เวลาเดินช้าลง ไม่ได้หวังให้คุณกลับมา หวังแค่ว่าผมไม่ต้องตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ เจออีกวันที่ไม่มีคุณ เสียงคุณ เสียงทำอาหารคุณในเช้าวันเสาร์
ปีที่สองและสาม ผมเริ่มเรียนอยู่คนเดียว ไปจ่ายตลาดคนเดียว ดูโทรทัศน์คนเดียว กินข้าวคนเดียว นอนคนเดียวในเตียงที่ใหญ่เกินไปสำหรับหนึ่งคน
ปีที่สี่ ลูกแนะนำให้ย้ายที่อยู่ ผมขายคอนโดเจริญกรุงที่เรารักกันมาซื้อคอนโดใหม่ที่ชะอำ เห็นทะเล ไกลจากความทรงจำบางส่วน
ปีที่ห้า ผมเริ่มเดินหาดตอนเช้า เห็นคู่ผู้ใหญ่เดินด้วยกัน มีวันหนึ่งผมสะดุดน้ำตาไหลในเช้าที่ฝนตก ผมนั่งบนม้านั่งไม้ ตัวสั่น อาของคู่ต้องถามว่าป้าไม่สบายตรงไหนค่ะ ผมบอกว่าไม่เป็นไร แค่คิดถึงคนที่จากไป
ปีที่หก ผมเริ่มคุยกับคนแปลกหน้าในตลาดเช้าได้ โดยไม่คิดว่าผมทรยศคุณ
ปีที่เจ็ด ผมพบคุณลุงคนหนึ่ง ชื่อเดียวกับพ่อผมเลย เป็นเรื่องบังเอิญ เขาย้ายมาจากพิษณุโลกหลังภรรยาของเขาเสียเหมือนกัน เราคบกันมาสิบเดือน เพิ่งจะเริ่มจริง ๆ
ผมอยากขอคุณก่อนจะไปต่อ
ผมไม่ได้รักคุณน้อยลง ผมไม่ได้ลืมคุณ คุณยังอยู่ในรูปในบ้าน ในบุญที่ผมทำทุกวันพระ ในกับข้าวที่ผมทำตามสูตรคุณ ในวันสงกรานต์ที่ลูกกลับมา เราทำบุญให้คุณทุกครั้ง
แต่ผมเหลืออีก 15-20 ปีที่ยังต้องใช้ต่อ ผมไม่อยากเหลือคนเดียวตลอด ไม่ใช่เพราะผมอ่อนแอ เพราะผมเข้าใจว่าความเหงาที่ยาวขนาดนี้ไม่ใช่ความซื่อสัตย์ต่อคุณ เป็นการทรยศต่อชีวิตที่คุณอยากให้ผมยังมีอยู่
คนใหม่ชื่อลุงสมชัย เขาเป็นคนดี เขารู้เรื่องคุณทั้งหมด เขาเคารพ เขาเคยไปวัดกับผมในวันครบรอบการจากไปของคุณ เขาไม่พยายามแทนที่คุณ
ถ้าคุณยังดูอยู่ ไม่ว่าจะจากที่ไหน ผมขอให้คุณยิ้ม ถ้าคุณยิ้มได้ ผมจะไปต่อด้วยใจที่สบายขึ้น
ขอบคุณที่รักผมมาตลอด 34 ปี ผมจะรักคุณไปอีก 34 ปี แม้จะมีคนใหม่ในชีวิต
อุบล
หลังเขียนจดหมาย
ป้าอุบลบอกเราว่าหลังเขียนจดหมายนี้ ท่านเผามันที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ใกล้คอนโด พร้อมกับขนมที่สามีชอบ แล้วกลับบ้าน นั่งที่โซฟาตัวใหม่ที่ซื้อหลังย้ายมาชะอำ
"ผมรู้สึกเบาขึ้น ไม่ใช่ว่าสามีตอบกลับมา แต่เหมือนผมให้ตัวเองได้อนุญาตของตัวเอง การเผาจดหมายเป็นสัญลักษณ์ ผมบอกตัวเองว่า 'เธอได้ขอแล้ว เธอได้ซื่อสัตย์กับตัวเองและกับอดีตแล้ว ทีนี้ไปต่อได้'"
ทำไมเรานำเรื่องนี้มาเล่า
ไม่ใช่ทุกม่ายต้องเขียนจดหมาย ไม่ใช่ทุกคนต้องเผาอะไร วิธีของแต่ละคนต่างกัน บางคนไปทำบุญที่วัด บางคนไปนั่งที่หลุมศพ บางคนแค่นั่งคุยกับรูปที่บ้าน
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ: ม่ายส่วนใหญ่รู้สึกว่าต้องขออนุญาตใจของตัวเองก่อนจะรักใครใหม่ ไม่ใช่ขออนุญาตคู่ที่จากไป (เพราะคู่ที่จากไปไม่มีสิทธิ์ตัดสิน) แต่ขออนุญาตตัวเองว่า "ฉันไม่ได้กำลังทรยศ ฉันกำลังดำเนินชีวิตต่อ"
สำหรับม่ายคนอื่น ๆ ที่กำลังอ่าน
ถ้าคุณยังไม่พร้อม ไม่ต้องบังคับตัวเอง ป้าอุบลใช้เวลาเจ็ดปี บางคนใช้สอง บางคนใช้สิบห้า ไม่มีตารางเวลาตามตำรา
แต่เมื่อคุณรู้สึกว่าพร้อม ลองหาวิธีของคุณเอง ในการบอกลาที่ไม่ใช่การลบ ในการเริ่มใหม่ที่ไม่ใช่การลืม
คู่ชีวิตของคุณที่จากไป ถ้าเขารักคุณจริงตอนที่เขายังอยู่ เขาอยากให้คุณมีความสุขต่อ ไม่มีคู่รักคนไหนในโลกอยากให้คนรักของตัวเองเจ็บไปตลอด 20 ปี