"ผมไม่ได้เตรียมตัวจะเจอใคร ผมเตรียมตัวจะทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กินข้าว วิ่ง 5K ทุกเช้าริมแม่น้ำฮัน นอน 8 ชั่วโมง ทำแบบนั้น 8 สัปดาห์ แล้วกลับกรุงเทพ" — เจมส์ อายุ 33
เจมส์ทำงานเป็น senior developer ที่บริษัทเทคไทยในอโศก บริษัทเขาเริ่มนโยบาย workation ในต้นปี 2025 พนักงานสามารถทำงานรีโมตจากต่างประเทศได้สูงสุด 90 วันต่อปี
หลายคนใช้วันสิทธิ์ไปบาหลี เชียงใหม่ ฮอยอัน เจมส์ไปโซล
ทำไมโซล
"ผมเคยไปเกาหลีสามครั้งในฐานะนักท่องเที่ยว 4-5 วันต่อครั้ง ชอบมาก แต่รู้ตัวว่าไม่เคยรู้จักเมืองจริง อยากลองอยู่นานพอจะเข้าใจจังหวะ" เจมส์บอก
เขาเลือกโซลด้วยเหตุผลปฏิบัติอีก — โซน timezone เดียวกับกรุงเทพ Wi-Fi เร็วที่สุดในเอเชีย ค่าครองชีพแพงแต่รับได้สำหรับคนเงินเดือนไทยระดับกลาง-สูง
การเตรียมตัว
- วีซ่า: K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) 10,000 วอน ออนไลน์ อยู่ได้ 90 วัน
- ที่พัก: Airbnb ในย่าน Mapo ใกล้ Hongdae 1 เดือน 1,800,000 วอน (44,000 บาท) เช่าผ่านไซต์ kr.co พูดเกาหลีไม่ได้ใช้ English filter
- Coworking: WeWork Gangnam 380,000 วอน (9,300 บาท) ต่อเดือน Hash Node (อยู่ใน Hongdae) 250,000 วอน (6,100 บาท)
- ค่าครองชีพเฉลี่ย: อาหารมื้อละ 9,000-18,000 วอน (220-440 บาท) กาแฟ 4,500-7,000 วอน (110-170 บาท) subway 1,500 วอน (37 บาท) ต่อเที่ยว
งบรวม 2 เดือน 165,000 บาท ซึ่งแพงกว่าการอยู่กรุงเทพเดือนละ 45,000 อยู่ 55,000
สัปดาห์แรก-สาม: แพลนตามที่คิด
เจมส์ทำตามแพลน work-out-sleep อย่างเคร่งครัด ตื่น 06:00 วิ่งริม Han River 1 ชั่วโมง กลับมาอาบน้ำ อาหารเช้า 07:30 ทำงาน 09:00-18:00 ที่ Hash Node อาหารเย็นคนเดียวในร้านใกล้ที่พัก
คาเฟ่ในวันเสาร์-อาทิตย์เพียงคาเฟ่เดียว อ่านหนังสือ 2 เล่ม ไม่ได้เปิดแอปเดทด้วยซ้ำ
"ผมคิดว่าผมจะได้เป็นโซโล่ทริปคลาสสิก กลับมาชาร์จพลัง" เจมส์เล่า
สัปดาห์ที่ 4: การเปลี่ยน
วันเสาร์ที่ 25 ของทริป เจมส์ไปคาเฟ่ใหม่ที่ยังไม่เคยไป เป็นคาเฟ่หนังสือขนาดเล็กชื่อ Book and Beans ในซอยเล็ก ๆ ของ Hongdae
เขานั่งโต๊ะริมหน้าต่าง สั่งกาแฟแล้วเปิด MacBook ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งโต๊ะติดกัน เธอก็เปิด MacBook เหมือนกัน
"ผมยังไม่ได้ตั้งใจพูดกับเธอ แต่ 2 ชั่วโมงผ่านไป เธอเอนมาขอยืมปลั๊กไฟจาก extension cord ของผม พูดอังกฤษเก่งมาก" เจมส์เล่า "เราคุยกัน 5 นาที เธอกลับไปทำงาน"
ผ่านไปอีก 30 นาที เจมส์ลุกไปเติมกาแฟ กลับมาเจอ post-it note บน MacBook ของเขา เขียนว่า "If you're here tomorrow same time, I'm curious what you're working on. — Yuna"
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
Yuna อายุ 31 เกาหลี ทำงาน UI designer freelance บริษัทที่ New York เธออยู่โซลกับครอบครัวเธอ แต่ทำงานเวลาเวลาคืนไปเช้ากับทีม NY
วันรุ่งขึ้นเจมส์กลับไป Book and Beans เวลาเดียวกัน Yuna อยู่ที่นั่นจริง ๆ
"เราคุยกัน 4 ชั่วโมง เรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องทำไมผมมาเกาหลี ทำไมเธอไม่ย้ายไป New York แม้ออฟฟิศจะเรียก" เจมส์บอก "มันไม่ใช่เดท แต่มันลึกกว่าเดทแรกหลาย ๆ ครั้งที่ผมเคยเจอในกรุงเทพ"
สัปดาห์ที่ 5-8: ความสัมพันธ์เริ่มจากจุดที่ไม่น่าเป็น
พวกเขานัดเจอทุกสัปดาห์สุดสัปดาห์ในคาเฟ่ใหม่ ทำงานเคียงข้างกัน 3-4 ชั่วโมงแล้วพักไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ไม่ใช่ "date" ในความหมาย traditional
"เราไม่ได้พยายาม define ว่าเรากำลังทำอะไร เราแค่ชอบทำงานเคียงข้างกัน และกินข้าวด้วยกัน" เจมส์เล่า
สัปดาห์ที่ 7 พวกเขาเดินทางร่วมกันครั้งแรก ไปเกาะ Nami 1 วัน ใช้รถไฟ + รถบัส 3 ชั่วโมง กลับดึก เจมส์ไปส่ง Yuna ที่บ้าน เธอบอกว่า "ขอบคุณสำหรับวัน"
"ยังไม่ได้จูบ ยังไม่ได้พูดว่า like each other" เจมส์เล่า "แต่มันชัดว่ากำลังเกิดอะไรบางอย่าง"
สัปดาห์สุดท้าย: การตัดสินใจ
7 วันก่อนเจมส์ต้องกลับไทย พวกเขานั่งคุยในคาเฟ่กันยาว 5 ชั่วโมง เกี่ยวกับอะไรจะเกิดขึ้นต่อ
ตัวเลือก
- เจมส์กลับไทย แล้ว LDR 2 เดือนให้ดูว่าเข้มแข็งไหม แล้วเจอกันอีก
- เจมส์ขอขยาย workation อีก 30 วัน บริษัทเขามี policy อยู่ที่ 90 วัน เขายังเหลือ 30
- ยอมรับว่าทริปนี้คือทริปนี้ ไม่มีต่อ
พวกเขาเลือกข้อ 2 เจมส์ขยายเป็น 90 วัน หลังจากนั้นกลับกรุงเทพ 2 เดือน แล้วกลับโซลอีก 60 วัน Yuna บินมากรุงเทพสั้น ๆ 2 ครั้งระหว่างนั้น
1 ปีหลังจากเจอกันครั้งแรก พวกเขาตัดสินใจ Yuna จะย้ายมากรุงเทพ บริษัท NY ที่เธอทำงานรีโมตให้ OK เรื่อง timezone
สิ่งที่เจมส์เรียนรู้
1. ความพร้อมบางอย่างไม่ได้มาจากการเตรียม
เจมส์ไม่ได้เตรียมจะเจอใคร เขาเตรียมที่จะทำงาน แต่การที่เขาไปโซลทำให้เขาอยู่ในสถานที่ที่ถูกในเวลาที่ถูก ความเปิดใจคือผลของสภาพแวดล้อม ไม่ใช่เจตนา
2. คาเฟ่ธรรมดาดีกว่า event ที่จัดขึ้น
"ในกรุงเทพผมไป meetup สำหรับ developer หลายครั้งเพื่อพยายามเจอคน ไม่ได้ผลเลย แค่คาเฟ่ยังดีกว่า เพราะคนที่ไปคาเฟ่ไปเพื่อทำอะไรของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อหาคน" เจมส์บอก
3. Post-it note เวิร์กกว่า DM
"ถ้า Yuna ส่ง DM ผมผ่านแอป ผมคงไม่ตอบ แต่ post-it note เขียนลายมือ มันจับต้องได้ และกล้ามากพอให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนเล่น ๆ"
4. Timezone สำคัญ
"ผมเคยเดทกับคนในลอนดอนหนึ่งครั้ง 2 เดือน โดน timezone 7 ชั่วโมงต่างกันทำพัง ถ้า Yuna อยู่ที่ London ผมไม่แน่ใจเราจะรอดได้" เจมส์บอก "Timezone เดียวกันคือของขวัญที่ไม่ได้ประเมินค่าพอ"
คำแนะนำจากเจมส์สำหรับคนที่คิดจะ workation
- อย่าไปเพื่อเจอคน ไปเพื่อสิ่งอื่น (ความสงบ งาน หรือประสบการณ์ใหม่) ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ถือเป็นกำไร
- อยู่อย่างน้อย 45 วัน 1-2 สัปดาห์ไม่พอให้คุณเริ่มเห็น rhythms ของเมือง และไม่พอให้คนรอบข้างเริ่มจำหน้าคุณได้
- เลือกย่านเดียวแล้วอยู่ในนั้น อย่าย้าย Airbnb ทุกสัปดาห์ คนที่ย้ายบ่อยไม่เคยเจอคนคุ้นเคย
- มี routine ประจำ cafeสามแห่ง ยิม ทาง วิ่ง 1 เส้น คุณจะเจอคนเดิมบ่อยครั้งพอจะเริ่มบทสนทนา
- อย่าปิดตัวเองในห้องพักและ co-working เท่านั้น ออกไปในโลกปกติ ซูเปอร์มาร์เก็ต ลานวิ่ง ร้านหนังสือ
ผลลัพธ์ ณ วันนี้
Yuna อยู่กรุงเทพได้ 5 เดือนแล้ว พวกเขาเช่าคอนโดในเอกมัย 38,000 บาทต่อเดือน Yuna ยังทำงานรีโมตให้ NY เจมส์ยังทำงานที่อโศก พวกเขาวางแผนไปโซล 1 เดือนทุก ๆ 6 เดือนเพื่อให้ Yuna ได้เจอครอบครัว
"ผมไปโซลเพื่อหนีความเบื่อ ไม่ได้ไปเพื่อเจอใคร แต่ workation เปลี่ยนอะไรบางอย่างในผมที่ทำให้ผมพร้อมจะเจอคน พอผมกลับกรุงเทพผมเป็นคนเดิมที่พร้อมกว่าเดิม" เจมส์สรุป
ทริปถัดไปของคุณอาจไม่จบเหมือนของเจมส์ — ส่วนใหญ่ไม่จบเช่นนี้ — แต่การไปทริปในสภาพแวดล้อมใหม่นาน 2 เดือนจะเปลี่ยนบางอย่างในคุณอยู่เสมอ และการเปลี่ยนนั้นคือของขวัญ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอะไร